ขาด “ไบโอติน” เกิดผลเสียอย่างไรต่อร่างกาย

ไบโอติน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ วิตามินเอช (Vitamin H) หรือ วิตามินบี 7 (Vitamin B7)  เป็นกลุ่มของสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบประสาทเส้นประสาท ระบบการเดินอาหารและการเผาผลาญสารอาหาร ซึ่งเป็น โครเอนไซม์ ทำหน้าที่เผาผลาญอาหารจำพวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน แปรรูปเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย

นอกจากนี้ไบโอตินยังมีประโยชน์ต่อผิวหนัง เล็บ หนังศีรษะและเส้นผมของคนอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกี่ยวกับความสวยงาม จะเห็นได้ว่าไบโอตินนั้นมีความสำคัญต่อร่างกายของคนเราเป็นอย่างมาก

เราสามารถหาไบโอตินได้จากอาหารที่เราบริโภคในชีวิตประจำวันได้ เช่น นมสด ไข่แดง เนื้อวัว หอยนางรม ปลาเนื้อขาว น้ำมันปลา อาหารจำพวก ตับ ข้าวโพด โยเกิร์ต ผลเบอร์รี่ต่างๆ พืชตระกูลถั่ว เห็ดต่างๆ อะโวคาโด และผักต่างๆ เป็นต้น

หากแต่ไบโอตินที่คนเราจะได้จากธรรมชาตินั้นมีแค่เล็กน้อย หากต้องการที่จะทานให้ได้ในปริมาณที่จำเป็นต้องทานจริงๆ ก็ต้องทานในปริมาณที่เยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น สเต็กเนื้อหรือผลไม้ 100 กรัมนั้นจะมีไบโอตินเพียงแค่ 0.6-2.3 ไมโครกรัม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไบโอตินที่ควรทานต่อวันนั้นปริมาณของการทานนั้นจะต่างกันที่ช่วงอายุและวัยด้วย

ยกตัวอย่างสำหรับคนที่อายุมากกว่า 19 ปี ทั้งหญิง ชาย และสตรีมีครรภ์นั้นควรทานไบโอตินอยู่ในปริมาณ 30 ไมโครกรัม เพราะเป็นช่วงวัยที่ต้องใช้พลังงานเยอะในการทำกิจกรรมต่างๆ ส่วนสำหรับสตรีที่ต้องให้นมบุตรนั้น ควรทานไบโอตินให้อยู่ในปริมาน 35 ไมโครกรัม เพราะหมดพลังงานต่างๆ ไปกับการให้นมบุตรซะส่วนมาก

ซึ่งในปัจจุบันนี้ร่างกายของคนเรานั้นผลิตไบโอตินได้น้อยลง ส่วนหนึ่งมาจากการที่เราทานอาหารที่ผ่านความร้อน เป็นกรรมวิธีที่ช่วยฆ่าแบคทีเรีย และไบโอตินนั้นจะถูกทำลายในกระบวนการความร้อน ดังนั้นอาหารที่เราทานเข้าไปก็ถือว่ามีไบโอตินน้อยลงไปด้วย

นอกจากยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้ร่างกายสูญเสียและขาดไบโอตินเพิ่มมากขึ้นอีก เช่น การติดแอลกอฮอล์ เพราะว่าแอลกอฮอล์จะเป็นตัวไปขัดขวางการดูดซึมไบโอตินจากอาหาร หรือการสูบบุหรี่ การกินไข่ขาวดิบเป็นประจำ ดังนั้นหากเราเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้ร่างกายได้รับสารไบโอตินได้มากขึ้นและยังเป็นผลดีต่อระบบเผาผลาญในร่างกายของเราได้อีกด้วย

ถ้าทานน้อยกว่าในปริมาณที่น้อยกว่านั้นแน่นอนได้เลยว่าจะมีปัญหาตามมา แต่ร่างกายก็จะมีสัญญาณเตือนเมื่อเรานั้นขาดไบโอติน ได้แก่ ผิวหนังเริ่มแห้งและระคายเคืองผิวหนัง อาจจะติดเชื้อราได้ง่าย เมื่อยล้าง่ายเพราะว่าพลังงานไม่เพียงพอ อารมณ์แปรปรวนง่าย รู้สึกเจ็บที่แขน ขา และเป็นตะคริวง่ายขึ้น ผมขาดร่วงง่าย เส้นผมและหนังศีรษะไม่แข็งแรง

หลักๆ ของการขาดไบโอตินนั้นที่เห็นได้ชัดเลย ก็คือการที่ผมร่วงง่าย หนังศีรษะและเล็บไม่แข็งแรงไม่ใช่แค่สองอาการนี้ อาจจะเกิดอาการผมขาวก่อนวัย ผมที่ขึ้นใหม่นั้นมีลักษณะผิดแปลกไป รังแค เป็นต้น สัญญาณเหล่านี้จะแสดงออกมาก่อน และอาจจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่มั่นใจ เพราะผมนั้นถือว่าเป็นส่วนเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

นอกจากอาการที่กล่าวมาข้างต้นแล้วการที่คนเรานั้นขาดไบโอตินมากเป็นเวลานานนั้น อาจจะทำให้เกิดอาการภาวะซึมเศร้า เซื่องซึม มีอาการประสาทหลอนได้อีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาการขาดไบโอตินนี้เริ่มจากจุดเล็กๆ แต่สามารถทำให้ลามไปเกิดโรคที่ร้ายแรงมากขึ้นได้

ปัญหาเหล่านี้ถือว่าเป็นปัญหาใกล้ตัวไม่ควรที่จะละเลย เพราะว่าการเกิดสัญญาณเตือนนั้นก็หมายความว่า ร่างกายเรานั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ เราก็ควรที่จะใช้ตัวช่วยเพื่อให้ร่างกายเรานั้นได้รับสารอาหารที่ครบสมบูรณ์

การทานอาหารเสริมไบโอตินนั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เนื่องจากไบโอตินนั้นป็นสารที่สามารถละลายในน้ำได้ เมื่อทานมากเกินไปร่างกายนั้นจะขับไบโอตินมาในรูปแบบของเสีย ทำให้ไม่มีสารสะสมอยู่ในร่างกายปริมาณที่ควรทานต่อวันคือ 100 – 300 ไมโครกรัม ยังสามารถที่จะช่วยให้อาการจากการขาดไบโอตินนั้นดีขึ้น และนอกจากนี้อาการต่างๆ เช่น อาการผมร่วง เล็บเปราะบาง หนังศีรษะอ่อนแอ นั้นก็จะค่อยๆ หายไปและกลับมาเป็นปกติ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*